มั่นใจว่าหลายๆคนอาจเคยทราบเกี่ยวกับคำว่า Michelin Star ผ่านหูกันมาบ้างแล้ว แค่เพียงได้ยินคำนี้ ผู้คนจำนวนมากก็จะรู้สึกได้แล้วว่า จะต้องไม่ธรรมดาแน่นอนอย่างไรก็ดี จะมีซักกี่คนกันที่ทราบถึงที่มาที่ไปของดาวดวงนี้จริงๆว่ามันสำคัญมากแค่ไหน เป็นอย่างไรกันแน่ วันนี้เราจะมาเจาะลึกให้ได้ทราบถึงเบื้องหลังกันเกี่ยวกับดาวมิชลิน

MICHELIN STAR

อะไรคือ Michelin Star และมีความสำคัญอย่างไร

มิชลิน สตาร์ เปรียบได้เสมือนดั่งดาวบนบ่าของนายทหาร เป็นรางวัลที่มอบให้แก่ภัตตาคารหรือร้านอาหารืที่เยี่ยมและเป็นเลิศนั่นเองที่ได้รับกายอมรับผ่านมาตรฐานของ มิชลินไกด์ แต่ก่อนรางวัลนี้มีไว้เพื่อเป็นกุศโลบายชักชวนให้คนขับรถออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มของบริษัทยางมิชลินนั่นเอง เนื่องจากว่ายิ่งมีปริมาณของผู้คนที่ใช้รถยนต์เพิ่มมากขึ้น

ก็แสดงว่าจำเป็นต้องใช้ยางเพิ่มมากขึ้นด้วยเหมือนกัน แนวความคิดนี้บางทีอาจฟังแล้วแลแปลกๆ และก็เป็นการหว่านล้อมทางอ้อมที่แลดูแล้วไม่น่าจะได้ผลซักเท่าไหร่ แม้กระนั้นผลสรุปของมันกลับดีอย่างไม่น่าเชื่อ เนื่องจากในหนึ่งปีที่มีการเริ่มประกาศมอบรางวัลมิชลินให้แก่เหล่าร้านอาหารต่างๆนั้น มีผู้คนจำนวนมากเริ่มเดินทางออกนอกบ้านเพื่อไปทดลองรับประทานอาหารที่ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านอาหารระดับมิชลินมากขึ้นเรื่อยๆอย่างชัดเจน

มิชลิน สตาร์ เริ่มขึ้นในประเทศฝรั่งเศสแล้วก็แผ่กว้างมากยิ่งขึ้นในประเทศโซนแถบยุโรป เดิมทีแล้วรางวัลดาวมิชลินนั้นมีเพียงแค่ดาวเดียวแค่นั้น เพื่อเป็นเกียรติแก่ห้องอาหารที่มีชื่อเสียงรวมทั้งมีมาตรฐานเยี่ยมยอด ก่อนที่จะมาปรับปรุงเสริมขึ้นมาอีกเป็น 2 ดาว และก็ 3 ดาวในตอนหลัง ถึงอย่างไรก็แล้วแต่รางวัลดาวมิชลินแต่ละดาวย่อมสื่อความหมายแตกต่างกันโดยที่คนอีกจำนวนไม่น้อยอาจจะไม่ทราบอย่างแน่ชัด นั้นก็คือ

Restaurant

1 ดวงดาวมิชลิน เป็นร้านอาหารที่เยี่ยมที่สุดในร้านอาหารประเภทเดียวกัน
2 ดวงดาวมิชลิน เป็นร้านอาหารที่สุดยอด ในระดับที่มีความคุ้มค่าแก่การเดินทางไปรับประทาน
3 ดวงดาวมิชลิน เป็นร้านอาหารที่ดีงาม ถึงแม้ว่าจะไกลขนาดไหน สักหนึ่งครั้งในชีวิตก็ควรจะเดินทางไปรับประทาน

ในส่วนของการประเมินนั้นนับว่าเป็นเสน่ห์ของรางวัลนี้เลยก็ว่าได้ เนื่องจากว่านักชิมอาหารทุกคนที่เดินทางไปลองจะไม่มีการเปิดเผยตัวตนหรือแจ้งล่วงหน้าเด็ดขาด โดยพวกเขาจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนตัวเป็นความลับและไม่เผยให้คนอื่นได้รับทราบ ถึงแม้ว่าจะเป็นพี่น้องท้องเดียวกันก็ตามเพื่อกันไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการประเมิน นักชิมอาหารกลุ่มนี้โดยมากจะมีอาชีพมั่นคงอยู่แล้ว รายได้ดี และก็มีช่วงเวลาว่างพอที่จะเดินทางไปสถานที่ต่างๆเพื่อไปลองชิมอาหารอยู่เป็นประจำ โดยแต่ละคนจำเป็นต้องเข้ารับการฝึกฝนหลักสูตรนานถึง 6 เดือน โดย มิชลิน ไกด์ รวมทั้งจำเป็นต้องประพฤติตามกฎข้อบังคับอย่างเคร่งครัดตลอดระยะเวลา

อย่างในประเทศไทยเอง จากที่เราได้คลุกคลีกับภัตตาคารหรือร้านอาหารต่างๆที่ได้รับรางวัลมิชลิน ก็พบว่าในคราวแรกที่มีตัวแทนจากมิชลิน ไกด์มาลองที่ร้านภายหลังจากลองชิมเสร็จ ก็จะทำการแจ้งให้ทางร้านอาหารนั้นรู้ว่าเขาเป็นผู้แทนที่ได้มาเยี่ยมแล้วนะ ภายหลังจากนี้คืออาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีตามมาลองอีกแล้วก็จะไม่มีการแสดงออกถึงตัวตนอีก เพราะฉะนั้นทางร้านก็จำเป็นต้องรักษามาตรฐานทางด้านของกิน การบริการ รวมทั้งบรรยากาศไว้ให้ดี

อีกหนึ่งเมนู บัวลอยน้ำขิง ของหวานเพื่อสุขภาพ

การประเมินร้านอาหารแต่ละร้านนั้นจะมีหลักเกณฑ์อยู่ 5 ข้อสำคัญๆดังต่อไปนี้

1. คุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหาร สำหรับแวดวงการประกอบอาหารแล้ว วัตถุดิบที่ใช้สำหรับเพื่อการปรุงนับว่าเป็นประเด็นสำคัญอย่างมาก ด้วยเหตุว่ายิ่งมีวัตถุดิบเลอค่าไว้ในครอบครองมากแค่ไหน ก็จะสามารถทำอาหารให้มีรสชาติดีได้มากขึ้นเช่นนั้น

2. ความโดดเด่นของรสชาติ รวมทั้งวิธีการทำกับข้าว แน่ๆล่ะว่าเชฟคนใดก็สามารถทำอาหารได้ทุกคน แต่ว่าจะมีซักกี่ผู้ที่มีเอกลักษณ์รวมทั้งเคล็ดลับเป็นของตนเอง ที่จะสามารถดึงเอารสของอาหารและก็วัตถุดิบออกมาได้มากที่สุด

3. เอกลักษณ์เฉพาะบุคคลของเชฟ ที่สะท้อนออกมาจากของกินและก็ประสบการณ์ที่ได้รับจากการรับประทานอาหารมื้อนั้น ของกินบางจานบางทีอาจแสดงออกถึงความใส่ใจรวมทั้งความตั้งอกตั้งใจของเชฟผ่านรสรวมทั้งการปรุงแต่ง นอกเหนือจากนั้นการที่เชฟมีเอกลักษณ์ที่เด่นเป็นของตนเอง จะยิ่งทำให้ของกินมื้อนั้นเป็นที่น่าจดจำของผู้ที่มากินมากขึ้นด้วย

4. ความเหมาะสมแล้วก็คุ้มในราคา หลักเกณฑ์ข้อนี้นับว่าเป็นข้อที่ประเมินผลได้ยากจริงๆ เนื่องจากของกินที่เลอค่าโดยมาก ล้วนแล้วแต่แพงอีกทั้งยากที่จะสัมผัสได้ แม้กระนั้นก็ยังมีของกินบางจานที่แม้กระทั่งราคาแพงขนาดไหนก็ยังพูดได้ว่าคุ้มที่จะลิ้มรส เนื่องจากคุณภาพแล้วก็รสนั้นอร่อยเกินอธิบายได้ครบความรู้สึกที่สัมผัสได้

5. ความสม่ำเสมอและก็ความเสมอต้นเสมอปลายของรสอาหาร แน่ๆที่สุดว่ารสของของกินนั้น นับว่าเป็นหลักเกณฑ์ที่สำคัญที่สุดสำหรับเพื่อการประเมินของกิน แม้กระนั้นการดูแลรักษามันไว้ไม่ให้ดรอปลงนี่สิ ที่สำคัญไม่แพ้กัน การที่นักชิมอาหารเดินทางไปลองในฐานะลูกค้าปกติทั่วๆไปนั้น ถือได้ว่าเป็นการทดสอบความสม่ำเสมอของรสของกินของแต่ละร้าน ด้วยเหตุว่านักชิม 1 ท่านจะเดินทางไปลองร้านหนึ่งร้านสูงถึง 4 ครั้งภายในช่วงเวลา 1 ปีเพื่อทดสอบความสม่ำเสมอของรสของกินว่าเข้าขั้นดีที่สุดอย่างเดิมไหม

Chef

รางวัล มิชลิน สตาร์ จะระยะเวลาแค่เพียง 1 ปีแค่นั้น ถ้าร้านอาหารร้านไหนมีคุณภาพลดน้อยลงหรือไม่ผ่านหลักเกณฑ์ก็จะถูกยึดดาวมิชลินทันทีทันใด ในทุกวันนี้มีห้องอาหารมากทั่วทุกมุมโลกที่ได้รับรางวัล รวมทั้งคนที่ได้รับการสรรเสริญจากรางวัลอันมีเกียรตินี้ก็อาจจะหนีไม่พ้นหัวหน้าเชฟของแต่ละร้านนั่นเอง

 

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *