กล่าวได้ว่าในบรรดารายการอาหารญี่ปุ่นที่คนนิมยมทานกันจะต้องมี เนื้อวากิว อยู่ในนั้นเป็นแน่แท้และมากกว่า 90% ของร้านอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะต้องมีเมนูเนื้อวากิวไว้คอยเสริฟอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นปิ้งย่าง ชาบู หรือ สเต็ก ด้วยความที่เนื้อมีสีชมพูรวมถึงไขมันแทรกราวกับลายหินอ่อนนึกถึงแล้วน้ำลายฝ่อกันเลยทีเดียว แต่จะมีซักกี่คนที่จะรู้ว่าจริงๆแล้ว เนื้อวากิว เป็นเนื้อวัวชนิดไหนกันแน่ และวันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน พร้อมแล้วไปดูเลย

Wagyu Beef

วัวญี่ปุ่น 4 สายพันธุ์ที่มาของ เนื้อวากิว ที่หลายคนยังไม่รู้

รู้หรือไม่ว่าจริงๆแล้ว วากิว มีความหมายว่าเนื้อแต่หลายคนคงจะสับสนและเข้าใจว่าวากิวคือวัวทุกสายพันธุ์ของญี่ปุ่น แต่แท้จริงแล้ววากิวนั้นคือวัวญี่ปุ่นที่มีอยู่ทั้งหมด 4 สายพันธุ์นั่นเอง นั่นก็คือ

1. วัวญี่ปุ่นขนดำ หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่าคุโรเกะวากิว เป็นวัวที่ถูกเลี้ยงกันมาในภูมิภาคชุโกคุและคันไซ มีลักษณะใหญ่ มีขนสีดำมันวาว เนื้อของมันมีสีแดงสวยมีไขมันแทรกเหมือนลายหินอ่อน มากกว่า 90% ของเนื้อวากิวในประเทศญี่ปุ่นจะมาจากสายพันธุ์นี้ซะส่วนใหญ่

2. วัวญี่ปุ่นขนแดง เป็นวัวที่ถูกเลี้ยงมากในจังหวัดโคจิและคุมาโมโต้ เป็นสายพันธุ์ระหว่างวัวแดงผสมกับซิมเมนทอล เนื้อของมันมีความหอมและมีไขมันแทรกลายหินอ่อนคล้ายกัน แต่เนื้อจะมีความนุ่มน้อยกว่าแบบขนดำ

3. วัวญี่ปุ่นเขาสั้น ส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงกันในเขตโทโฮคุ เป็นวัวที่ถูกผสมระหว่างพันธุ์ชอตฮอร์นของอเมริกากับวัวนันบุ ลักษณะเป็นเนื้อที่มีไขมันต่ำและเนื้อแดงเยอะ รสชาติชุ่มฉ่ำ

4. วัวญี่ปุ่นไร้เขา เป็นวัวที่ถูกผสมระหว่างพันธุ์ขำดำกับวัวอเบอร์ดีนเองกัส มีลักษณะเนื้อแดงมาก ไขมันต่ำ ให้โปรตีนสูง ส่วนใหญ่เนื้อวากิวชนิดนี้จะเป็นที่นิยมมากในหมู่นักกินเนื้อสุขภาพอย่างสาย Healthy นั่นเอง

กว่าจะเป็นเนื้อวากิวให้เราได้สัมผัสรสชาติกันนั้น วัวได้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีราวกับลูกในไส้ ไม่ว่าจะเป็นการให้โคได้เดินเที่ยว ดำเนินชีวิตได้อย่างอิสระในท้องทุ่ง บางฟาร์มถึงกับมีการนวด แปรงขน ให้ดื่มเบียร์สด หรือแม้แต่กระทั่งทำเสื้อกันหนาวให้ใส่เลยทีเดียว ถึงทำให้เนื้อวากิวมากยิ่งกว่า 90% เป็นลายหินอ่อน มีไขมันแทรกอย่างงดงาม รสสัมผัสที่เนียนนุ่ม แค่เพียงกัดเบาๆก็ละลายแล้ว

Mo-Mo-Paradise ร้าน ชาบูบุฟเฟ่ต์ ที่กำลังมาแรง

ทราบหรือเปล่าว่าอันที่จริงแล้ว ชาวญี่ปุ่นไม่ได้รับประทานเนื้อวัวมาตั้งแต่ทีแรกนะ แต่เดิมในยุคโจมง จะนิยมล่า หมูป่า กระต่าย แล้วก็กวาง มาทำเป็นของกิน จนถึงยุคล่าอาณานิคมของชาวตะวันตกในปลายสมัยเอโดะ มีการนำวัฒนธรรมการกินเนื้อวัวเข้ามา กระทั่งมาเป็นที่นิยมยอดฮิตได้รับการตอบรับมากกันในช่วงปลายเอโดะถึงสมัยเมจิ

เคล็ดลับความอร่อยของเนื้อวากิวสำคัญๆมีอยู่ 3 อย่างนั่นคือ กลิ่นหอมยวนใจอันชวนหลงไหล อีกทั้งรสสัมผัสที่นุ่มละลายในปาก รวมทั้งรสที่หวานอร่อยไม่ซ้ำใครนั่นเอง ถ้านำเนื้อไปปรุงสุกที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส จะได้กลิ่นหอมออกมาเยอะที่สุดอีกด้วย นอกเหนือจากนี้ในเนื้อวัวยังอุดมไปด้วยกรดโอเลอิก ที่ก่อให้เกิดรสอุมามิ รวมทั้งช่วยทำให้แบคทีเรียในลำไส้ที่ดีมีปริมาณเป็นการสร้างภูมิต้านทานอีกด้วย

นอกเหนือจากเคล็ดลับที่บอกไปแล้ว ที่ประเทศญี่ปุ่นยังมีการกระตุ้นให้เกษตรกรผลิตเนื้อวากิวออกมาให้ดีเยี่ยมเพิ่มขึ้น ด้วยถึงกับการมีจัดแข่งปรับปรุงสายพันธุ์วากิว การแข่งขันชิงชัยจะแบ่งได้เป็น 2 แบบนั่นก็คือการเพาะพันธุ์ และก็ เนื้อ โดยจะจัดทุกๆ5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 1966

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *